หลักสูตรวิชาฤกษ์ยาม

การอัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์เข้าสู่เคหสถานหรือสถานประกอบการนั้น เปรียบเสมือนการเชื้อเชิญแขกผู้มีเกียรติสูงสุดเข้ามาพำนักเป็นร่มโพธิ์ร่มไทร เพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจและปกปักรักษาผู้คนในสถานที่แห่งนั้น ดังนั้น “ฤกษ์ตั้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์” จึงมิใช่เพียงแค่การกำหนดวันเวลาเพื่อยกองค์พระหรือเทวรูปขึ้นวางบนแท่นบูชาตามความสะดวกเพียงอย่างเดียว หากแต่เป็นกระบวนการทางโหราศาสตร์จีนที่ลึกซึ้งในการ “เปิดประตูมิติ” เพื่อเชื่อมต่อพลังงานระหว่าง “ฟ้า” “ดิน” และ “คน” ให้เป็นหนึ่งเดียวกัน เพราะในช่วงวินาทีแรกที่องค์สมมติของสิ่งศักดิ์สิทธิ์สัมผัสกับฐานที่ตั้ง นั่นคือ “จุดกำเนิด” หรือเวลาตกฟากของพลังงานศักดิ์สิทธิ์ที่จะสถิตอยู่ ณ สถานที่แห่งนั้นตลอดไป หากเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดเจน การตั้งศาลหรือหิ้งพระก็เหมือนกับการติดตั้งเสาสัญญาณเพื่อรับคลื่นพลังงานจากเบื้องบน หากเราจูนสัญญาณได้ถูกช่องและถูกเวลา การสื่อสารย่อมชัดเจน พลังบารมีย่อมแผ่ไพศาล แต่หากกระทำในเวลาที่คลื่นสัญญาณรบกวนหรือเป็นอริต่อดวงชะตาเจ้าบ้าน สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อัญเชิญมาอาจเป็นเพียงวัตถุธาตุที่ไร้กำลัง หรืออาจส่งผลให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกร้อนรุ่ม กระวนกระวาย ขาดความสงบสุขได้
ความสำคัญของการใช้ฤกษ์มงคลในวาระนี้ จึงอยู่ที่การคำนวณหา “จุดตัดแห่งพลังงานที่ดีที่สุด” เพื่อให้กระแสพลังปราณ (Qi) ของสถานที่ ไหลเวียนสอดคล้องกับดวงชะตาของเจ้าของบ้าน และส่งเสริมบารมีของสิ่งศักดิ์สิทธิ์องค์นั้นๆ ให้สำแดงฤทธานุภาพได้อย่างเต็มที่ ฤกษ์ที่ดีจะช่วยเปลี่ยนวัตถุธาตุธรรมดาให้กลายเป็น “วัตถุมงคล” ที่เปี่ยมด้วยพลังชีวิต คอยดึงดูดโชคลาภ ปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย และสร้างความร่มเย็นเป็นสุขให้เกิดขึ้นในทันทีที่เริ่มพิธี เปรียบเสมือนการปลูกต้นไม้ใหญ่ หากปลูกในฤดูกาลที่เหมาะสม ดินดี น้ำดี และแดดถึง ต้นไม้นั้นย่อมหยั่งรากลึกและแผ่กิ่งก้านสาขาให้ร่มเงาได้รวดเร็ว การตั้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์จึงไม่ใช่เรื่องที่ควรมองข้ามหรือทำแบบขอไปที เพราะนี่คือจุดเริ่มต้นของความศรัทธาที่จะกำหนดทิศทางความเจริญรุ่งเรืองของชีวิตและธุรกิจสืบไป การรอคอยจังหวะเวลาที่ฟ้าเปิดทางจึงเป็นการลงทุนทางจิตวิญญาณที่คุ้มค่าที่สุด เพื่อให้มั่นใจว่าทุกคำอธิษฐานของเราจะส่งไปถึงเป้าหมาย และได้รับพรกลับมาอย่างสมบูรณ์แบบ

ติดต่อสอบถามข้อมูล | หลักสูตรวิชาฤกษ์ยาม
Line Official: @kiangkung (ช่องทางหลักในการนัดหมาย)
Facebook: โหราศาสตร์เคี้ยงคุง
Email: kiangkungfengshui@gmail.com



หลักสูตรวิชาฤกษ์ยาม ทางลัดสู่จังหวะชีวิตที่เหนือกว่า
“เลิกสุ่มดวง แล้วเริ่มคัดสรรกาลเวลา” เรียนจบ ใช้งานได้ทันที ไม่ต้องท่องจำทฤษฎีจนปวดหัว! เข้าใจรหัสลับของจักรวาลเพื่อเปลี่ยนกาลเวลาให้เป็นพันธมิตรที่ทรงพลังที่สุด เน้นผลลัพธ์ความสำเร็จทั้งทางโลกและทางธรรม โดยซินแสเคี้ยงคุง
ราคาเล่าเรียน: ราคาพิเศษ (รอประกาศวันเปิดคอร์สใหม่)
เรียนสด (Offline) ณ สำนักโหราศาสตร์เคี้ยงคุง – หลักสูตรที่เปลี่ยน “เวลา” ให้เป็น “แต้มต่อ” ในการทำธุรกิจและใช้ชีวิต
ศาสตร์แห่งการเลือกเฟ้น: เมื่อการลงมือทำถูกที่... ต้องมาพร้อมกับ "ถูกเวลา"
ในวิชาโหราศาสตร์จีน ฤกษ์ยามไม่ใช่เพียงแค่การหา “วันดี” แต่คือการหา “จังหวะที่สอดประสานกับดวงชะตา”. หลักสูตรระบบ 12 เชี่ยงแซ (The 12 Life Stages) จะสอนให้คุณเห็นวงจรชีวิตของพลังงาน ตั้งแต่จุดเริ่มต้นจนถึงจุดรุ่งเรืองที่สุด
เราตัดความซับซ้อนของตำราโบราณทิ้ง แล้วเหลือไว้เพียงแก่นที่ “ใช้งานได้จริง” เพื่อให้คุณเป็นซินแสของตัวเอง สามารถคัดเลือกวันเปิดกิจการ เจรจาธุรกิจ หรือเริ่มต้นก้าวสำคัญในชีวิตได้อย่างแม่นยำและมั่นใจ
โครงสร้างหลักสูตร 3 ระดับ (Key Features)
- ระดับที่ 1: ถอดรหัสลับฟ้า (The Alphabet of Universe): ปูพื้นฐานหัวใจสำคัญของกาลเวลาผ่าน 10 กิ่งฟ้า (Tiangan) และ 12 ก้านดิน (Dizhi) เรียนรู้ว่านี่ไม่ใช่แค่ตัวอักษรจีน แต่คือรหัส 5 ธาตุที่ประกอบกันเป็นพลังงานในแต่ละวัน พร้อมทำความรู้จักกับวงจร 12 เชี่ยงแซเบื้องต้น.
- ระดับที่ 2: กฎแห่งการคัดสรร (Selection & Elimination): เรียนรู้วิธีการที่จะกาง “ตาข่ายความปลอดภัย” (The Safety Net) กฎเหล็กของซินแสคือห้ามซ้ำเติมดวง! ฝึกคัดกรองและตัดวันร้ายทิ้งก่อนเป็นอันดับแรก ไม่ว่าจะเป็น วันชง (Clash), วันเฮ้ง (Penalty), วันไห่ (Harm) และ วันผั่ว (Destruction).
- ระดับที่ 3: ฤกษ์มังกรผงาด (Growth Phase Strategy): เจาะลึกการใช้พลังในขั้นสูงสุดเพื่อการเติบโต สอนการใช้กลุ่มวัน “เชี่ยงแซ” (จุดเกิด) และ “กวงตั่ว” (ช่วงเจริญวัย) ในการเปิดบริษัท จดทะเบียนการค้า หรือเจรจาธุรกิจสำคัญ เพื่อให้ธุรกิจมีความมั่นคงและเติบโตอย่างไม่รู้จบ.
รายละเอียดการเรียนและสถานที่ (Learning Method & Location)
เข้าร่วมหลักสูตรที่เน้นการปฏิบัติจริงและบรรยากาศการเรียนที่เข้าถึงง่าย:
- ตารางเรียน: เปิดสอนทุกวันเสาร์ หรือ อาทิตย์ (รอบเช้า 09.30-12.00 น. หรือ รอบบ่าย 14.00-16.30 น. ตามความเหมาะสม).
- รูปแบบการเรียน: เรียนสด (Offline) ณ สำนักโหราศาสตร์เคี้ยงคุง เพื่อการซักถามและฝึกวิเคราะห์เคสจริงกับซินแสอย่างใกล้ชิด.
- สถานที่เดินทางสะดวก: ลง สถานีรถไฟฟ้า BTS บางไผ่ (สายสีน้ำเงิน) ทางออกใกล้สำนัก เดินทางง่ายและรวดเร็ว.
- มาตรฐานวิชาการ: ตำราเรียนและสื่อการสอนผลิตโดย BPK Printing มาตรฐานโรงพิมพ์ No.1 มั่นใจได้ในความสวยงามและคงทน.

ฤกษ์ตั้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์
การอัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์เข้าสู่เคหสถานหรือสถานประกอบการนั้น เปรียบเสมือนการเชื้อเชิญแขกผู้มีเกียรติสูงสุดเข้ามาพำนักเป็นร่มโพธิ์ร่มไทร เพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจและปกปักรักษาผู้คนในสถานที่แห่งนั้น ดังนั้น “ฤกษ์ตั้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์” จึงมิใช่เพียงแค่การกำหนดวันเวลาเพื่อยกองค์พระหรือเทวรูปขึ้นวางบนแท่นบูชาตามความสะดวกเพียงอย่างเดียว หากแต่เป็นกระบวนการทางโหราศาสตร์จีนที่ลึกซึ้งในการ “เปิดประตูมิติ” เพื่อเชื่อมต่อพลังงานระหว่าง “ฟ้า” “ดิน” และ “คน” ให้เป็นหนึ่งเดียวกัน เพราะในช่วงวินาทีแรกที่องค์สมมติของสิ่งศักดิ์สิทธิ์สัมผัสกับฐานที่ตั้ง นั่นคือ “จุดกำเนิด” หรือเวลาตกฟากของพลังงานศักดิ์สิทธิ์ที่จะสถิตอยู่ ณ สถานที่แห่งนั้นตลอดไป หากเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดเจน การตั้งศาลหรือหิ้งพระก็เหมือนกับการติดตั้งเสาสัญญาณเพื่อรับคลื่นพลังงานจากเบื้องบน หากเราจูนสัญญาณได้ถูกช่องและถูกเวลา การสื่อสารย่อมชัดเจน พลังบารมีย่อมแผ่ไพศาล แต่หากกระทำในเวลาที่คลื่นสัญญาณรบกวนหรือเป็นอริต่อดวงชะตาเจ้าบ้าน สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อัญเชิญมาอาจเป็นเพียงวัตถุธาตุที่ไร้กำลัง หรืออาจส่งผลให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกร้อนรุ่ม กระวนกระวาย ขาดความสงบสุขได้
ความสำคัญของการใช้ฤกษ์มงคลในวาระนี้ จึงอยู่ที่การคำนวณหา “จุดตัดแห่งพลังงานที่ดีที่สุด” เพื่อให้กระแสพลังปราณ (Qi) ของสถานที่ ไหลเวียนสอดคล้องกับดวงชะตาของเจ้าของบ้าน และส่งเสริมบารมีของสิ่งศักดิ์สิทธิ์องค์นั้นๆ ให้สำแดงฤทธานุภาพได้อย่างเต็มที่ ฤกษ์ที่ดีจะช่วยเปลี่ยนวัตถุธาตุธรรมดาให้กลายเป็น “วัตถุมงคล” ที่เปี่ยมด้วยพลังชีวิต คอยดึงดูดโชคลาภ ปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย และสร้างความร่มเย็นเป็นสุขให้เกิดขึ้นในทันทีที่เริ่มพิธี เปรียบเสมือนการปลูกต้นไม้ใหญ่ หากปลูกในฤดูกาลที่เหมาะสม ดินดี น้ำดี และแดดถึง ต้นไม้นั้นย่อมหยั่งรากลึกและแผ่กิ่งก้านสาขาให้ร่มเงาได้รวดเร็ว การตั้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์จึงไม่ใช่เรื่องที่ควรมองข้ามหรือทำแบบขอไปที เพราะนี่คือจุดเริ่มต้นของความศรัทธาที่จะกำหนดทิศทางความเจริญรุ่งเรืองของชีวิตและธุรกิจสืบไป การรอคอยจังหวะเวลาที่ฟ้าเปิดทางจึงเป็นการลงทุนทางจิตวิญญาณที่คุ้มค่าที่สุด เพื่อให้มั่นใจว่าทุกคำอธิษฐานของเราจะส่งไปถึงเป้าหมาย และได้รับพรกลับมาอย่างสมบูรณ์แบบ

ฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่ ฤกษ์ทำบุญบ้าน
การก้าวเท้าเข้าสู่เคหสถานใหม่หรือการจัดพิธีทำบุญบ้าน ไม่ใช่เพียงกิจกรรมทางสังคมหรือประเพณีที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาเพื่อให้เกิดความสบายใจเพียงอย่างเดียว หากแต่ในทางโหราศาสตร์จีนและฮวงจุ้ย นี่คือช่วงเวลาแห่งการ “กำเนิด” และ “รีเซ็ต” พลังงานชีวิตครั้งสำคัญที่สุด บ้านเปรียบเสมือนร่างกายขนาดใหญ่ที่มีลมหายใจเป็นของตัวเอง การกำหนด “ฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่” จึงมีสถานะเท่ากับ “เวลาตกฟาก” หรือวันเดือนปีเกิดของบ้านหลังนั้น ทันทีที่ท่านอัญเชิญพระพุทธรูปเข้าบ้าน จุดธูปบอกกล่าวเจ้าที่ หรือแม้แต่การนอนค้างแรมคืนแรก นั่นคือการประทับตราวันเวลาลงไปในดวงชะตาของบ้าน หากฤกษ์ยามนั้นสอดคล้องสมพงศ์กับดวงชะตาของเจ้าบ้านและทิศทางของตัวอาคาร พลังงานดีจากฟ้าและดินจะถูกกระตุ้นให้ตื่นขึ้นและไหลเวียนหล่อเลี้ยงผู้อยู่อาศัย ส่งผลให้ครอบครัวอบอุ่น การงานราบรื่น และมั่งคั่งด้วยโภคทรัพย์ แต่หากกระทำในฤกษ์ที่เป็นอริหรือเป็นกาลกิณี บ้านที่สวยงามอาจกลับกลายเป็นสถานที่ที่ร้อนรุ่ม อยู่แล้วมีแต่ปัญหาขัดแย้ง หรือเงินทองรั่วไหลโดยไม่ทราบสาเหตุ
ในขณะที่การทำบุญขึ้นบ้านใหม่คือการเริ่มต้น ก็เปรียบเสมือนการ “ล้างระบบ” และ “ชาร์จพลังงาน” ให้กลับมาเต็มเปี่ยมอีกครั้ง บ้านที่เราอยู่อาศัยมายาวนานย่อมมีการสะสมของพลังงานเก่า พลังงานที่ตกค้างจากความเครียด ความขัดแย้ง หรือความเจ็บป่วย การใช้ “ฤกษ์ทำบุญบ้าน” ที่คำนวณมาอย่างแม่นยำ จะทำหน้าที่เหมือนสายฝนทิพย์ที่ชะล้างสิ่งอัปมงคลและอาถรรพ์ต่างๆ ให้มลายหายไป พร้อมกับเปิดรับกระแสพลังงานใหม่ที่เป็นสิริมงคลเข้ามาแทนที่ เป็นการกระตุ้นโชคลาภให้กลับมาคึกคักและเชื่อมต่อสายสัมพันธ์ระหว่างผู้อยู่อาศัยกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ปกปักรักษาบ้านให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ดังนั้น การให้ความสำคัญกับฤกษ์ยามในทั้งสองวาระนี้ จึงไม่ใช่เรื่องของความงมงาย แต่เป็น “ศาสตร์แห่งการบริหารจัดการพลังงาน” ที่ฉลาดล้ำลึก เพื่อเปลี่ยนที่พักอาศัยให้กลายเป็น “ขุมทรัพย์” ที่พร้อมจะผลักดันชีวิตของคุณให้เจริญรุ่งเรืองอย่างยั่งยืนและมั่นคงที่สุด

ฤกษ์ออกรถ ฤกษ์มงคลอื่น ๆ
ยานพาหนะเปรียบเสมือน “บ้านเคลื่อนที่” และเป็นเท้าคู่ใหม่ที่จะพาเราพุ่งทะยานไปสู่เป้าหมาย ในทางโหราศาสตร์จีนและฮวงจุ้ย รถยนต์ไม่ได้เป็นเพียงก้อนโลหะหรือเครื่องจักรกลเท่านั้น แต่คือสิ่งมีชีวิตที่มีพลังงานเฉพาะตัว การกำหนด “ฤกษ์ออกรถ” จึงมีความสำคัญเทียบเท่ากับหลักการดูดวงชะตาของทารกแรกเกิด ทันทีที่ล้อหมุนพ้นธรณีประตูโชว์รูม นั่นคือวินาทีตกฟากที่จะกำหนดชะตากรรมระหว่าง “คน” กับ “รถ” ไปตลอดอายุการใช้งาน หากฤกษ์ยามนั้นสอดคล้องกับดวงชะตาเจ้าของรถ ยานพาหนะนั้นจะกลายเป็นอาชาแก้วคู่ใจที่นำพาความปลอดภัย แคล้วคลาดจากอุบัติเหตุ และเปลี่ยนจากภาระค่าซ่อมบำรุงจุกจิกให้กลายเป็นเครื่องมือดึงดูดทรัพย์สินเงินทอง ขับไปเจรจาธุรกิจที่ไหนก็สำเร็จ ขับไปทำงานก็ราบรื่น แต่หากออกรถในยามที่เป็นอริ พลังงานที่ขัดแย้งอาจส่งผลให้เกิดความร้อนรุ่ม ขับแล้วใจร้อน หงุดหงิดง่าย หรือมักพาไปจอดในที่ที่นำมาซึ่งความเสียหายโดยไม่คาดคิด
หลักการเดียวกันนี้ยังครอบคลุมไปถึง “ฤกษ์มงคลอื่น ๆ” ในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นฤกษ์เปลี่ยนชื่อสกุล ฤกษ์จดทะเบียนการค้า ฤกษ์เจรจาธุรกิจ หรือแม้แต่ฤกษ์ศัลยกรรม เพราะทุกการเริ่มต้นคือการหว่านเมล็ดพันธุ์ลงในดินแห่งกาลเวลา หากเราเลือกปลูกต้นไม้ในวันที่ดินชุ่มฉ่ำ แสงแดดพอเหมาะ (ฤกษ์ดี) ต้นไม้นั้นย่อมเติบโตงอกงามและให้ดอกออกผลที่สมบูรณ์ แต่หากปลูกในวันที่พายุเข้าหรือแห้งแล้ง (ฤกษ์เสีย) การดูแลรักษาย่อมยากลำบากและอาจยืนต้นตายในที่สุด การใช้ฤกษ์ยามจึงไม่ใช่เรื่องของการงมงายรอโชคชะตา แต่เป็น “กลยุทธ์เหนือชั้น” ของผู้ที่ต้องการควบคุมปัจจัยความเสี่ยง โดยการเลือกช่วงเวลาที่ประตูแห่งโอกาสเปิดกว้างที่สุด เพื่อให้มั่นใจว่าทุกย่างก้าวของการเดินทาง—ไม่ว่าจะบนท้องถนนหรือบนเส้นทางชีวิต—จะเป็นไปอย่างราบรื่น มั่นคง และนำพาเราไปสู่ความสำเร็จที่ตั้งใจไว้อย่างปลอดภัยและรวดเร็วที่สุด

ชื่อคอร์ส: "เจาะลึกรหัสลับฟ้า: วิชาฤกษ์ยามระบบ 12 เชี่ยงแซ
เป้าหมาย: เรียนจบ ใช้งานได้ทันที ไม่ต้องท่องจำทฤษฎีจนปวดหัว เน้นผลลัพธ์ความสำเร็จทั้งทางโลกและทางธรรม
ครั้งที่ 1: ถอดรหัสลับฟ้า
ปูพื้นฐาน 10 ราศีฟ้า 12 ราศีดิน และวงจร 12 เชี่ยงแซ เนื้อหาเน้นความเข้าใจโครงสร้างของเวลา (The Structure of Time) เพื่ออ่าน "ภาษา" ของจักรวาลให้ออก
The Alphabet of Universe: ทําความรู้จักตัวละครเอกของเรื่อง คือ "10 กิ่งฟ้า (Tiangan)" และ "12 ก้านดิน (Dizhi)" นี่ไม่ใช่แค่ตัวอักษรจีน แต่คือรหัส 5 ธาตุ (ดิน น้ำ ไฟ ทอง ไม้) ที่ประกอบกันเป็น "เวลา" ในแต่ละวัน
The 12 Qi Phases (Lifecycle): เจาะลึกความหมายของวงจรชีวิตพลังงานทั้ง 12 ระยะ สอนให้มองเห็นภาพว่า พลังงานในแต่ละวันกําลังอยู่ในช่วง "รุ่งโรจน์" หรือ "โรยรา"
Reading the Matrix: วิธีการอ่านปฏิทินจีน (Tong Shu) เบื้องต้น เพื่อแปลงวันที่ในปฏิทินสากล ให้กลายเป็นรหัสธาตุที่เราจะนํามาคํานวณ
• Workshop: ฝึกเขียนและอ่านรหัสวันเดือนปีของปัจจุบัน ให้รู้ว่าวันนี้เป็นวันธาตุอะไร และอยู่ในระยะพลังงานแบบไหน
ครั้งที่ 2: กฎแห่งการคัดสรร
การหา "วันมงคล" และตัด "วันอัปมงคล" (Selection & Elimination) เนื้อหาเน้นกระบวนการคัดกรอง (Filtering Process) ที่เป็นหัวใจของการวางฤกษ์
- The Safety Net: กฎเหล็กข้อแรกของซินแส คือ “ห้ามซ้ำเติมดวง” เรียนรู้วิธีหาและตัดวันร้ายทิ้งก่อนเป็นอันดับแรก ได้แก่ วันชง (Clash), วันเฮ้ง (Penalty), วันไห่ (Harm) และ วันผั่ว (Destruction)
- Matching the Energy: หลักการ “ฮะ (Combine)” หรือการสมพงศ์ เรียนรู้วิธีจับคู่พลังงานของวัน ให้เข้ากับพลังงานของเดือน (ฤดูกาล) และพลังงานของเจ้าชะตา
- Targeting the Objective: สอนหลักการเลือกใช้ฤกษ์ให้ตรงกับวัตถุประสงค์ (Function of Timing) เช่น
- ต้องการความไว/ชื่อเสียง
- ต้องการความมั่นคง
- ต้องการโชคลาภ
- Workshop: ฝึกกระบวนการคัดกรองฤกษ์จริง จากปฏิทิน 1 เดือน ให้เหลือเพียง “วันหัวกะทิ” 3-4 วัน ที่ใช้งานได้จริง และปลอดภัยที่สุด
ครั้งที่ 3: ฤกษ์มังกรผงาด
ฤกษ์เปิดกิจการและเจรจาธุรกิจ เนื้อหาเน้นเรื่องเงินทอง ความมั่งคั่ง และการเติบโต (อ้างอิงบทความธุรกิจ)
- Growth Phase: การใช้วัน “เชี่ยงแซ” (เกิด) และ “กวงตั่ว” (เจริญวัย) ในการเปิดบริษัท จดทะเบียนการค้า เพื่อให้ธุรกิจเติบโตไม่รู้จบ
- Deal Closer: การเลือกเวลาเจรจา เซ็นสัญญา เพื่อให้ได้เปรียบและปิดการขายได้ง่ายดาย
ครั้งที่ 4: ฤกษ์บัลลังก์เศรษฐี
ฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่และทำบุญบ้าน เนื้อหาเน้นความมั่นคง ครอบครัว และการรีเซ็ตพลังงาน (อ้างอิงบทความบ้าน)
- Stability Phase: การใช้วัน “ลิ่มกัว” (ออกขุนนาง) “ตี้อ๋วง” (รุ่งเรือง) เพื่อความมั่นคงถาวรของผู้อยู่อาศัย
- Energy Reset: เทคนิคการเลือกเวลา “ทําบุญบ้าน” เพื่อล้างพลังลบและดึงดูดพลังงานใหม่ (Qi) เข้าบ้าน
- Workshop: วางแผนฤกษ์ย้ายเข้าบ้านใหม่ ตั้งแต่ก้าวเท้าแรกจนถึงการปูที่นอน
ครั้งที่ 5: ฤกษ์สื่อสารสวรรค์
ฤกษ์ตั้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์และวัตถุมงคล เนื้อหาเน้นพลังจิตวิญญาณและการเชื่อมต่อมิติ (อ้างอิงบทความสิ่งศักดิ์สิทธิ์)
- Spiritual Gate: การหา “จุดตัดแห่งพลังงาน” เพื่อเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ขึ้นหิ้ง ให้ท่านมีฤทธิ์เดชสูงสุด
- Activation: เคล็ดลับการจุดธูปดอกแรก การวางวัตถุมงคลฮวงจุ้ย ให้ส่งผลทันที
- Workshop: คํานวณฤกษ์ตั้งศาลพระภูมิ หรือหิ้งพระในคอนโด ให้ส่งเสริมบารมีเจ้าของ
ครั้งที่ 6: ฤกษ์อาชาสวรรค์
ฤกษ์ออกรถและการเดินทางไกล เนื้อหาเน้นความปลอดภัยและโชคลาภจากการเคลื่อนที่ (อ้างอิงบทความรถยนต์)
- Safety & Wealth: การเลือกฤกษ์ออกรถที่ไม่ใช่แค่ปลอดภัย แต่ต้อง “ขับแล้วรวย” (หลีกเลี่ยงฤกษ์ที่ทําให้รถจุกจิก)
- Travel Luck: การวางฤกษ์เดินทางไปต่างประเทศ หรือเจรจาค้าขายนอกสถานที่
- Workshop: เลือกวันออกรถให้ตนเองหรือคนในครอบครัว โดยเลี่ยงอุบัติเหตุ 100%
ครั้งที่ 7: ฤกษ์เปลี่ยนชีวิต
ฤกษ์เปลี่ยนชื่อและศัลยกรรม เนื้อหาเน้นการเริ่มต้นตัวตนใหม่ (Rebirth)
- ตัวตนใหม่: เมื่อไหร่ควรเปลี่ยนชื่อสกุล? การใช้วัน “เชี่ยงแซ” (เกิดใหม่) เพื่อรีแบรนด์ชีวิตตัวเอง
- ความปลอดภัยในการผ่าตัด: การหาฤกษ์ผ่าตัด/ศัลยกรรม เพื่อให้แผลหายเร็ว สวยงาม และปลอดภัย (เลี่ยงวันเลือดตกยางออก)
- Workshop: วางแผนการเปลี่ยนชื่อ หรือทําหน้าใหม่ ให้สวยและเฮง
ครั้งที่ 8: Master of Destiny
การวางแผนชีวิตรายปีด้วยตนเอง เนื้อหาเน้นการบูรณาการและการนำไปใช้ตลอดชีวิต
- The Grand Plan: วิธีการกางปฏิทิน 12 เดือน แล้ววงกลม “วันทองคํา” ของตัวเองไว้ล่วงหน้า
- Crisis Management: ถ้าจําเป็นต้องใช้ฤกษ์ในวันไม่ดี จะมีวิธีแก้เคล็ด (Renovate ฤกษ์) อย่างไร?
- Final Workshop: ผู้เรียนทุกคนต้องทํา “ปฏิทินฤกษ์มงคลส่วนตัว” สําหรับปีถัดไป ส่งเป็นการบ้านชิ้นสุดท้าย
สิ่งที่ผู้เรียนจะได้รับ:
- เลิกงมงาย และเข้าใจเหตุผลเบื้องหลังความสำเร็จ
- สามารถดูฤกษ์ให้ตัวเองและคนรอบข้างได้ตลอดชีวิต
“อย่าปล่อยให้โชคชะตาเขียนบทชีวิตคุณฝ่ายเดียว มาร่วมเขียนบทใหม่ด้วยศาสตร์แห่งเวลาไปพร้อมกัน”
ติดต่อสอบถามข้อมูล | หลักสูตรวิชาฤกษ์ยาม
Line Official: @kiangkung (ช่องทางหลักในการนัดหมาย)
Facebook: โหราศาสตร์เคี้ยงคุง
Email: kiangkungfengshui@gmail.com




เปิดเนตรทิพย์ หยั่งรู้ฟ้าดิน
ท่ามกลางกระแสความวุ่นวายของโลกที่หมุนวนไปอย่างรวดเร็ว บ่อยครั้งที่เราต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์คับขันหรือคำถามเร่งด่วนที่ต้องการคำตอบในทันทีทันใด ไม่ว่าจะเป็นของสำคัญหายจะหาเจอหรือไม่ การเดินทางครั้งนี้จะปลอดภัยหรือเปล่า หรือคนที่เรากำลังเจรจาด้วยมีความจริงใจมากน้อยแค่ไหน ในวินาทีที่ความไม่รู้นำมาซึ่งความกังวล “วิชาจับยามสามตา” จึงเป็นเสมือนแสงเทียนที่ถูกจุดขึ้นท่ามกลางความมืดมิด เป็นสุดยอดภูมิปัญญาโบราณที่ถูกขนานนามว่าเป็น “เนตรทิพย์” แห่งโหราศาสตร์จีนที่สามารถไขปริศนาของปัจจุบันขณะได้อย่างแม่นยำและรวดเร็วที่สุด โดยไม่ต้องพึ่งพาวันเดือนปีเกิดหรือการคำนวณผูกดวงที่ซับซ้อน หากแต่เป็นการถอดรหัสลับของจักรวาลผ่านช่วงเวลาและสัญญาณรอบตัว ณ ขณะจิตนั้น เพื่อมองทะลุเปลือกนอกของเหตุการณ์เข้าไปถึงแก่นแท้ของความจริง
ความหมายอันลึกซึ้งของคำว่า “สามตา” ในวิชานี้ ไม่ได้หมายถึงอวัยวะพิเศษทางกายภาพ แต่เปรียบเสมือนการเปิด “ดวงตาแห่งปัญญา” ที่สามารถมองเห็นทะลุมิติของกาลเวลาทั้งสามระยะ คือ อดีต (ต้นเหตุ) ปัจจุบัน (สถานการณ์) และอนาคต (ผลลัพธ์) ได้ในคราวเดียว หลักการของวิชานี้ตั้งอยู่บนความเชื่อเรื่อง “ความสัมพันธ์ที่มองไม่เห็น” (Synchronicity) ระหว่างจิตของผู้ถามกับพลังงานของธรรมชาติ เมื่อใดที่มีคำถามเกิดขึ้นอย่างแรงกล้า และจิตโฟกัสไปที่เรื่องนั้น ช่วงเวลาที่คำถามถูกเอ่ยออกมา (เวลาตกฟากของคำถาม) คือกุญแจสำคัญที่ใช้ไขความลับ โดยครูบาอาจารย์ในอดีตได้วางกลไกการคำนวณผ่านการนับนิ้วหรือการดูตำแหน่งของยาม เพื่อแปรเปลี่ยนตัวเลขของเวลาให้กลายเป็นคำทำนายที่ระบุพิกัด ชี้ชัดตัวบุคคล หรือบอกทิศทางของสิ่งของที่สูญหายได้อย่างน่าอัศจรรย์ เปรียบเสมือนเรดาร์ตรวจจับพลังงานที่ช่วยให้เรารู้ล่วงหน้าว่าควรจะรุก รับ หรือถอยหนีจากสถานการณ์ตรงหน้า
คุณค่าที่แท้จริงของวิชาจับยามสามตาคือการฝึกฝน “สติ” และ “ไหวพริบ” ให้แก่ผู้ใช้วิชา เพราะการจะจับยามให้แม่นยำได้นั้น จิตต้องนิ่งและเป็นหนึ่งเดียวกับปัจจุบันขณะ ต้องเป็นผู้ช่างสังเกตการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็นเสียงนกทัก ลมพัด หรือกิริยาอาการของผู้คน สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นลางบอกเหตุที่จักรวาลส่งมาให้ทั้งสิ้น การเรียนรู้วิชานี้จึงไม่ใช่แค่การเรียนรู้เทคนิคการพยากรณ์ แต่เป็นการเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างเข้าใจ เป็นกุศโลบายที่เปลี่ยนความตื่นตระหนกให้กลายเป็นความรอบคอบ เปลี่ยนความลังเลสงสัยให้กลายเป็นความมั่นใจ ทำให้เราสามารถตัดสินใจแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างชาญฉลาด ท้ายที่สุดแล้ว วิชาจับยามสามตาจึงเป็นดั่งอาวุธคู่กายของปราชญ์ ที่ช่วยให้เรามองเห็นทางออกในที่ที่คนอื่นเห็นเพียงทางตัน และสามารถก้าวเดินผ่านช่วงเวลาวิกฤตไปได้อย่างปลอดภัยด้วยดวงตาแห่งปัญญาที่ตื่นรู้ชั่วนิรันดร์

ชื่อคอร์ส: "เปิดเนตรทิพย์ หยั่งรู้ฟ้าดิน:
เจาะลึกแก่นแท้สุดยอดวิชา ‘จับยามสามตา'” คอนเซปต์: “รู้วาระจิต ลิขิตวาระคน” ผสานเนตรทิพย์จับยามเข้ากับวงจรอมตะ 12 เชี่ยงแซ เพื่อคำตอบที่แม่นยำระดับจิตวิญญาณและการแก้ไขที่เห็นผลจริง
ครั้งที่ 1: ปฐมบท 12 วงจรเทพ
เปิดประตูสู่มิติเวลา (The Sacred Gate) ปูพื้นฐานความเข้าใจในวัฏจักรพลังงานและเทพผู้รักษาเวลา
• The Universal Pulse: ทําความเข้าใจระบบ "12 เชี่ยงแซ" (12 Qi Phases) ในบริบทของการจับยาม ไม่ใช่แค่ดูดวงจรปีเกิด แต่นํามาดู "ลมหายใจของเวลา ณ ปัจจุบัน" ว่าเหตุการณ์ตรงหน้ากําลัง "เกิด (เชี่ยงแซ)" "รุ่งเรือง (ตี้อ๋วง)" หรือ "ดับสูญ (เจ๊าะ)" • The 12 Celestial Guardians: แนะนํา "องค์เทพประจํา 12 นักษัตร" ซึ่งเป็นตัวแทนของพลังงานในแต่ละช่วงเวลา • Deity Alignment: การเรียนรู้ว่าเทพองค์ใดให้คุณเรื่องเงิน เทพองค์ใดให้คุณเรื่องบารมี และเทพองค์ใดดุร้ายต้องระวัง (เช่น เทพขุนพล หรือ เทพแห่งการทําลายล้าง)
ครั้งที่ 2: รหัสลับจักรวาล
การผูกดวงยามและสื่อสารกับเทพ (The Connection) เรียนรู้วิธีตั้งดวงยามและการเลือกเทพมาช่วยแก้ไขปัญหา
- Instant Calculation: วิธีการเปลี่ยนเวลาตกฟาก (Time of Ask) ให้เป็น “รหัสดวงยาม 12 เชี่ยงแซ” บนฝ่ามืออย่างรวดเร็ว (ไม่ต้องเปิดปฏิทิน)
- The Guardian Calls: เคล็ดลับการ “อัญเชิญเทพแก้ทาง”
ครั้งที่ 3: จับยามถามใจ
อ่านสถานการณ์และเจตนาคน (Mind Reading) ประยุกต์ใช้วัฏจักร 12 ระยะ เพื่ออ่านคนและสถานการณ์
- Phase Analysis: การอ่านความหมายของ 12 เชี่ยงแซ ในเชิงพฤติกรรมมนุษย์
- Friend or Foe: จับยามดูว่าคนที่เข้ามาหา มาด้วย “ใจบริสุทธิ์” หรือ “ซ่อนมีดไว้ข้างหลัง”
ครั้งที่ 4: เข็มทิศล่าทรัพย์
การหาของหายและทิศทางโชคลาภ (Lost & Found) ใช้วิชาหาทิศทางและสิ่งของ
- The 12 Directions: การแปลง 12 เชี่ยงแซ ลงสู่ทิศทั้ง 8 และทิศย่อย เพื่อระบุพิกัดของหาย
- Asset Recovery: ดูว่าของที่หายไป ตกอยู่ในระยะไหนในระบบ 12 เชี่ยงแซ
ครั้งที่ 5: ยามมังกรผงาด
การเจรจาธุรกิจและการค้า (Business & Success) เน้นเรื่องความมั่งคั่งและการเอาชนะคู่แข่ง
- Peak Performance: การรอจังหวะเวลา เพื่อปิดการขาย หรือเซ็นสัญญา
- กลยุทธ์การจับเวลา: หากคู่แข่งแข็งแกร่ง เราจะใช้เวลาใด เพื่อเข้าโจมตีจุดอ่อนได้อย่างไร
- Remedy: หากจำเป็นต้องเจรจาในยามเสีย จะแก้เคล็ดอย่างไร
- Workshop: วางแผนการเข้าพบลูกค้า โดยกําหนดฤกษ์ยามนาทีต่อนาที
ครั้งที่ 6: พลิกชะตา
วิชา 6 ประสาน ต้านภัยพิบัติ (The 6 Harmonies Remedy) เทคนิคการแก้เคล็ดขั้นสูงด้วยหลักการ "ฮะ (สมพงศ์)"
- เทคนิค “สะพาน”: เมื่อจับยามเจอเคราะห์ร้าย หรือการปะทะ (ชง) วิธีแก้ไม่ใช่การหนี แต่คือการหา “ตัวประสาน”
- Element Transformation: การเปลี่ยนศัตรูให้เป็นมิตร ด้วยวงจรธาตุ
- Workshop: ฝึกแก้โจทย์สถานการณ์ขัดแย้งรุนแรง ให้จบลงด้วยดีด้วยการเลือก “นักษัตรช่วยชีวิต”
ครั้งที่ 7: พลิกชะตา
วิชาดาวขุนนางและผู้อุปถัมภ์ (Noble Man Activation) ไม้ตายก้นหีบ: เรียกคนมาช่วยในนาทีสุดท้าย
- Finding the Noble Man: วิธีคํานวณหา “ดาวกุ้ยนั้ง (ผู้อุปถัมภ์)” ในดวงยาม แม้เวลานั้นจะแย่แค่ไหน แต่ถ้ามีดาวกุ้ยนั้งปรากฏ ทุกอย่างจะรอดพ้น
- Direction Activation: การหันหน้าไปทิศเพื่อขอพรและดึงพลังจักรวาลมาช่วยพลิกคดี หรือพลิกสถานการณ์คับขัน
ครั้งที่ 8: จอมทัพแห่งกาลเวลา
บูรณาการและการสร้างชะตาลิขิต (Grandmaster Integration) สรุปและนำไปใช้จริงตลอดชีพ
- Karma & Timing: ความเข้าใจเรื่องกรรมสัมพันธ์กับเวลา และจรรยาบรรณในการใช้วิชาช่วยเหลือผู้อื่น
- Final Transformation: การเปลี่ยนตัวเองจาก “ผู้ถูกกระทําโดยโชคชะตา” เป็น “ผู้กําหนดจังหวะชีวิต”
- Final Exam: สอบปฏิบัติการจับยาม พยากรณ์ และเสนอวิธีแก้เคล็ดแบบครบวงจร (เทพ-ธาตุ-ทิศ)
สิ่งที่ผู้เรียนจะได้รับ:
- ตาทิพย์ 12 มิติ: มองเห็นพลังงานความจริงที่ซ่อนอยู่หลังเปลือกนอกของเหตุการณ์
- อาวุธแก้กรรม: ไม่ใช่แค่รู้ว่าร้าย แต่รู้วิธีใช้ “เทพ” และ “ธาตุ” เปลี่ยนสถานการณ์ทันที
- ความเป็นอิสระ: พึ่งพาตนเองได้ ไม่ต้องรอหมอดู ไม่ต้องรอฤกษ์ยาวนาน แต่สร้างฤกษ์ดีในนาทีวิกฤตได้ด้วยตนเอง
"เพราะความสำเร็จ... ออกแบบได้" พร้อมปลดล็อกศักยภาพของคุณและธุรกิจให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง


